การสอบสวนการระบาดโรคโควิด 19 (COVID-19) ในหน่วยฝึกทหารแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เดือนพฤษภาคม 2568
Abstract
ความเป็นมา : สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง การตอบโต้เหตุการณ์ระบาดอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการจำกัดการแพร่กระจายของโรคและลดผลกระทบในทุกมิติ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการระบาด ทบทวนเกณฑ์การวินิจฉัยอธิบายลักษณะทางระบาดวิทยา ค้นหาผู้ป่วยและแหล่งโรค ระบุปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรค วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาทางระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง ในกลุ่มกำลังพลหน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 164 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วย 127 ราย และผู้ไม่ป่วย 37 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบบันทึกการสอบสวนโรค วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพัวซองปรับปรุง ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (95% CI) และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05 ผลการศึกษา : พบผู้ป่วย จำนวน 127 ราย จากทั้งหมด 164 ราย คิดเป็นอัตราป่วย ร้อยละ 77.44 โดยเป็นผู้ป่วยเข้าข่ายตรวจยืนยันผลด้วยชุดตรวจ ATK จำนวน 123 ราย และผู้ป่วยยืนยันด้วยวิธี RT-PCR จำนวน 5 ราย ปัจจัยป้องกันที่สำคัญ คือ การล้างมือเป็นประจำ ซึ่งช่วยลดโอกาสการป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (aRR = 0.38, 95% CI: 0.18–0.82, p = 0.012) ในขณะที่การสวมหน้ากากอนามัยกลับพบความสัมพันธ์กับโอกาสป่วยที่สูงขึ้น (aRR = 1.35, 95% CI: 1.02–1.78, p = 0.034) ซึ่งอาจเกิดจากอคติจากผลไปหาเหตุ จากการสวมหน้ากากภายหลังเริ่มมีอาการป่วย ส่วนปัจจัยด้านการสัมผัสใกล้ชิด การใช้ของร่วมกัน และพฤติกรรมการอาบน้ำ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยและผู้ไม่ป่วย ข้อเสนอแนะ : การควบคุมการระบาดในสภาพแวดล้อมที่มีความแออัดควรให้ความสำคัญกับการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะการล้างมือ ควบคู่กับการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ให้แก่ทหารใหม่และบุคลากรในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถควบคุมและป้องกันการระบาดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ